ทุบไหดองก่อนจะดองต่ออีกยาวแสนยาวซักหน่อย....
 
สืบเนื่องจากค่าเทอมของมหาวิทยาลัยมหิดล คณะดุริยางคศิลป์อันแพงแสนแพง (68,000)
และค่าเครื่องดนตรีของผมที่จะต้องนำมาใช้เรียนในคณะนี้อีก (1xx,xxx)
 
จึงทำให้ผมเริ่มคิดได้ว่า
"ถ้าเราไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานแล้วล่ะก็ ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมปี่ต่อไปแน่นอน" 
 
ผมเลยตัดสินใจออกหางานทำเพื่อช่วยพ่อแม่ผม!!!
 
 
ผมเลยจะนำประสบการณ์การทำงาน ปรัชญาชีวิต และการวิ่งหาโอกาสต่างๆของผมมาแชร์ให้ทุกคนฟังครับ
น้องๆหนูๆที่ยังคงหาเงินด้วยตัวเองไม่ได้จะได้รู้ว่าโลกนี้มันยากเย็นเพียงใดครับ...
 
*Caution เนื้อหาบางส่วนอาจจะรุนแรงไปซักหน่อย
แต่ที่ผมพูดทุกอย่างในนี้คือ "ความจริงของโลก" ครับ พยายามทำใจรับให้ได้หน่อยละกัน...*
 
 
 
ตอนที่ 1
โอกาสนั้นสำคัญ!
 
 
"โอกาส"
 
ผมรู้ว่าทุกคนรู้จักคำนี้ แต่ว่าจะมีซักกี่คนกันครับที่จะรู้จักว่ามันมีค่าขนาดไหน
 
ยิ่งในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารอย่างปัจจุบันแล้ว
โอกาสนั้นสามารถที่จะเข้าถึงบุคคลต่างๆได้ง่ายมาก
 
"แต่เพราะว่ามันง่ายมากไงครับ มนุษย์เราจึงทิ้งมันไปง่ายๆ"
 
เมื่อก่อนผมก็เคยเป็นคนแบบนั้นเหมือนกันครับ...
จนกระทั่งวันหนึ่งทำให้ผมได้รู้คุณค่าของโอกาส
ผมจึงเริ่มเปลี่ยนกรอบความคิดของตัวเองที่มีต่อโอกาสไปตลอดชีวิตเลยครับ
 
 
ในโลกนี้นะครับ... มีสิ่งที่เรียนว่าโอกาสอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา
 
แต่ว่ามนุษย์เราจะชอบปล่อยมันผ่านไปเหมือนกับเวลาทุกๆวินาทีที่ค่อยๆเสียไป
 
โอกาสมันมีทั้งเล็กและใหญ่
 
 
 
 
 
คุณเลือกที่จะหยิบโอกาสอะไรครับ? เล็กหรือใหญ่...
 
ถ้าให้ผมตอบนะครับ... ผมจะตอบว่า "หยิบทั้งสองอย่าง" ครับ
 
 
ทำไมน่ะเหรอครับ?
ถ้าผมถามต่อว่า เมื่อมีโอกาสใหญ่เข้ามาในชีวิตของคุณ
ตัวคุณในตอนนี้ได้เตรียมตัวให้พร้อมที่จะหยิบมันขึ้นมารึยัง?
 
ยกตัวอย่างเช่น...
มีคนต้องการขายคอนโดราคา 500,000 เหรียญ
วางเงินดาวน์ไว้ก่อนที่ 50,000 เหรียญ ผ่อนจ่าย 10 เดือน
 
ทำเลดี ถ้าเราซื้อมามีคนมาเช่าแน่นอน! คุณสามารถทำกำไรมหาศาลได้จากคอนโดนี้
แต่ทุกวันนี้คุณมีเงินดาวน์ 50,000 เหรียญนั่นรึยังครับ?
 
 
นี่ก็เปรียบเสมือนโอกาสใหญ่ที่จะได้เป็นเจ้าของคอนโดแล้วจะสบายไปตลอดชีวิต
เป็นโอกาสที่ใหญ่มากๆ!
 
แต่ใช่ว่าเราทุกคนจะสามารถหยิบมันขึ้นมาได้
 
ดังนั้นโอกาสเล็กๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา
รู้รึเปล่าว่า "โอกาสเล็กๆเนี่ยแหละ ที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา!"
 
ดังนั้นอย่ารออยู่เลยครับ...
ไม่ว่าโอกาสไหนที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ
หยิบมันขึ้นมาให้หมดเถอะครับ! ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเล็กหรือโอกาสใหญ่
 
คุณก็แค่หยิบมันขึ้นมาดูเองครับ
ดูให้ชัด ศึกษาให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม
 
จากนั้นถ้าคุณคิดว่ามันไม่ใช่ล่ะก็... คุณก็แค่วางลงมันกลับไปที่เดิมแล้วเดินต่อไป
 
แค่นั้นเองครับ
 
 
ผมจะยกตัวอย่างประวัติของนักร้องคนหนึ่งมาให้ได้อ่านกันครับ
 
ในประเทศ ประเทศหนึ่งที่แสนวุ่นวาย
นาย James (นามสมมุติ) นั้นเป็นเจ้าของบริษัทค่ายเพลงที่ดังที่สุดในประเทศนั้น
เค้ามีศิลปินชั้นนำมาร่วมกับบริษัทของเค้าอยู่มากมาย
ไม่ว่าคนไหนในประเทศนี้ต่างก็รู้จักเค้าหมด
 
แต่มีอยู่มาวันหนึ่ง... James ได้ลืมเอกสารสำคัญของเค้าไว้ที่บ้าน
ครั้นจะเรียกคนขับรถมารับเค้าไป แต่คนขับรถกลับต้องเผชิญกับสภาวะลดติดจนไปไหนไม่ได้
James จึงตัดสินใจเรียก Taxi เพื่อที่จะไปยังบ้านของเขา
 
เมื่อนั่งรถไปได้ซักพักหนึ่ง
คนขับ Taxi ได้ชักชวนให้ James ไปดื่มน้ำชาที่อร่อยที่สุด ณ บ้านของเขา
ซึ่ง James นั้นก็ไม่ได้รีบอะไร จึงได้ตอบตกลงไป
 
เมื่อถึงบ้านของคนขับ Taxi และได้ไปนั่งดื่มชาด้วยกัน
ซึ่งน้ำชาก็มีรสชาติดีอย่างที่เจ้าของบ้านบอกจริงๆ
 
คนขับ Taxi ได้ถาม James ต่อว่า
"ผมมีเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาเองเพลงหนึ่ง ผมมั่นใจว่ามันเพราะมากๆ สนใจจะฟังมั้ยครับ?"
James ก็ตอบตกลง...
 
คนขับ Taxi จึงเดินไปเปิดแผ่นเสียง พร้อมกับร้องเพลงของเขาไปด้วย
 
 
รู้รึเปล่าครับว่าคนขับ Taxi นั้นคือใคร?
 
 
คนชับ Taxi คนนั้นคือ  Phil Collins เจ้าของเสียงอันไพเราะคนนี้ไงครับ
ผมรู้ว่าทุกๆคนคงรู้จักกันดีนะครับ
 
มีคนไปสัมภาษณ์ Phil Collins ว่าทำไมวันนั้นคุณถึงตัดสินใจพาเจ้าของค่ายเพลงคนนั้นไปที่บ้าน
 
Phils Collins ตอบว่า
"ในโลกนี้มีคนอีกมากมายที่ร้องเพลงเพราะกว่าผม
แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเจอโอกาสทองเหมือนผม"
 
 
 
เห็นมั้ยครับ?
นี่แหละครับคือโอกาส 
 
อย่าปล่อยให้โอกาสที่ผ่านเข้ามาหลุดไปได้เชียวนะครับ
ไม่มีใครรู้หรอกว่า "โอกาสไหนคือโอกาสครั้งเดียวในชีวิต!"
 
 
 
 
 
ตอนที่ 2
เครื่องมืออะไรที่คุณถืออยู่ทุกวันนี้มันคืออะไร?
 
 
เครื่องมือมันสำคัญขนาดไหน ยังไงหรอครับ?
 
แน่นอนครับมันสำคัญมากๆเลยครับ
ถ้าผมถามว่าคุณจะจับปลา คุณจะมันปลาด้วยอะไร?
ผมมีอุปกรณ์ให้เลือก 2 อย่าง
 
1. ฉมวก
2. แหจับปลา
 
 
มีใครเลือกฉมวกบ้างครับ?
ผมว่าชีวิตของคนๆนั้นได้ลำบากไปทั้งชีวิตแน่ๆ
 
มันเห็นชัดๆอยู่แล้วครับว่าเครื่องมือไหนจะจับปลาได้มากกว่า...
 
เหมือนกับคุณเล่นเกมส์แหละครับ
ถ้าคุณจะสู้บอสใหญ่ คุณจะเอากิ่งไม้ไปฟาดกับมันมั้ยล่ะครับ?
 
 
แล้วถ้าผมขอถามต่อว่า...
 
"เครื่องมือที่คุณจะใช้สร้างชีวิตทุกวันนี้คืออะไรกันครับ?"
 
ถ้าเครื่องมือที่คุณมีอยู่มันไม่พร้อมล่ะก็... เปลี่ยนเถอะครับ
มันไม่สนุกหรอกนะครับที่จะเอาพลั่วขุดดินแข่งกับรถตักดิน
 
 
แต่ว่าเครื่องมือแต่ละอย่างก็ใช้ความเชี่ยวชาญต่างกันใช่มั้ยครับ?
เหมือนๆกับเกมส์ทั่วๆไปแหละครับ ลองโยนดาบใหญ่ๆหนาๆหนักๆไปให้นักเวทใช้ดูสิครับ...
กลับจุดเซฟแน่นอน =w=
 
แล้วเราจะอัพเกรดเครื่องมือของเราให้ดีขึ้นยังไงดีล่ะ?
 
แล้วทำยังไงถึงจะหาเครื่องมือใหม่ได้ล่ะ?
 
 
 
 
โอกาสไงครับ... ที่จะตอบคำถามนี้ได้
 
มันขึ้นอยู่กับว่าตัวเรานั้นจะเปิดรับโอกาสที่นำเครื่องมือและการเรียนรู้ใหม่เข้ามามากขนาดไหน?
 
หากเรามั่นใจแล้วว่าเครื่องมือที่เราถืออยู่มันเหมาะแล้วล่ะก็
อย่าลืมหาโอกาสฝึกฝนมันให้ชำนาญและอัพเกรดมันด้วยนะครับ ^ ^
 
 
 
 
 
ตอนที่ 3
ทัศนคติ
 
หลายๆคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับคำว่าทัศนคติใช่มั้ยครับ?
 
ทำไมนักจิตวิทยาและผู้ประสบความสำเร็จบนโลกมากมายถึงได้บอกว่ามันสำคัญขนาดนั้นล่ะครับ?
 
ถ้าเรามีทัศนคติที่ดีแล้วล่ะก็... ไม่ว่าเรื่องที่ยากขนาดไหนคุณก็ทำสำเร็จได้แน่นอนครับ
 
 
ความสำเร็จถูกกำหนดตั้งแต่การเริ่มคิดครับ
ถ้าเราคิดว่า "เราทำไม่ได้"
ผลก็คือเราจะทำไม่ได้
 
ถ้าคิดว่า "เราทำได้"
ผลก็คือเราจะทำได้
 
 
มันมีเส้นบางๆเส้นหนึ่งที่แบ่งระหว่างความสำเร็จกับคำว่าล้มเหลว
เส้นบางๆนั้นถูกเรียกว่า
 
"พลังแห่งความคิด"
 
ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกันครับ
"ฉันทำไม่ได้" คือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว
"ฉันทำได้" คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
 
 
แล้วทุกคนรู้รึเปล่าครับว่า...
คนที่ประสบความสำเร็จบนโลกนี้ทุกๆคนล้วนล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน
 
แล้วทำไมเค้าถึงสำเร็จล่ะ?
 
"เพราะว่าคนที่ประสบความสำเร็จเค้ามีทัศนคติที่ดียังไงล่ะครับ"
 
คนประเภทนี้
ไม่ว่าจะล้มซักกี่ครั้ง พลาดซักกี่หน
เค้าก็จะยังคงพร้อมที่จะลุกขึ้นมาใหม่แล้วเดินต่อไปทุกครั้งจนกว่าจะถึงความสำเร็จ
 
 
Think positive everyday until it plug in your DNA

 
รุ่นพี่ที่ทำงานอยู่กับผมเค้าพูดกับผมมาว่า
"ถ้าอยากสำเร็จเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จงล้มเหลวเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัว"
 
คนส่วนมากกลัวความล้มเหลว... ทั้งเกลียด ทั้งกลัว
คนที่ประสบความสำเร็จก็เกลียดเช่นกัน... แต่เค้าเลือกที่จะไม่กลัวมัน
คนประสบความสำเร็จเลือกที่จะเรียนรู้จากความล้มเหลว เพื่อประสบความสำเร็จ!!
 
จงอย่ากลัวในความล้มเหลวครับ
มันไม่มีอะไรมากหรอกครับไอคำว่าความล้มเหลวเนี่ย...
 
พอเจอมันเข้าไปก็ลุกขึ้นมาใหม่ก็เท่านั้นเอง
เรียนรู้ว่าล้มเพราะอะไร แผลใหญ่มั้ย
แล้วก็เดินต่อไปให้ถึงความสำเร็จ
 
ลองไปอ่านชีวประวัติของผู้พันแซนเดิล (เจ้าของสูตรไก่ KFC) ดูสิครับ
เนี่ยแหละครับคือทัศนคติของผู้ที่ประสบความสำเร็จของจริง!
 
 
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามในโลกนี้...
 
หากตัวเรายังเป็นคนที่มีทัศนคติในแง่ลบอยู่ล่ะก็
ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่มีทางสำเร็จหรอกครับ!
 
ดังนั้นจากวันนี้ไปพวกเรามาเป็นคนคิดบวกกันดีกว่า ^ ^
 
"เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย
เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส
เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย
ดังนั้นแล้วลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน..."
ขงเบ้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
ตอนที่ 4
โรงเรียนไม่เคยสอนให้นักเรียนเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดี แต่สอนได้เพียงลูกจ้างที่ดี!
 
ไม่ได้ประชดนะครับ... แต่เป็นความจริง
คุณเรียนมาจนอายุ 22 เพื่อจบออกมาเป็นลูกจ้างด้วยค่าจ้างถูกแสนถูก...
 
 
ผมขอเสียมารยาทซักนิดนึงนะครับ
ถ้าผมขอซื้อขาข้างขวาของคุณด้วยเงิน 10 ล้านบาทคุณจะให้มั้ย?
ถ้าผมขอซื้อแขนซ้ายของคุณด้วยเงิน 20 ล้านบาทคุณจะให้มั้ย?
 
มีใครให้บ้างครับ?
แล้วทำไมเราต้องเอาร่างกาย เวลา จิตใจ และพลังงานของเรา
ไปให้เค้าจ้างด้วยค่าจ้างเดือนละหมื่นด้วยล่ะครับ?
 
ความจริงมันน่าเศร้านะครับที่จะทำใจรับได้ แต่นี่ก็คือความจริง...
 
แล้วสุดท้ายชีวิตเราก็ติดอยู่ในลูป 8 โมงเช้า 5 โมงเย็น เหมือนหนูวิ่งในจักรเป็นเวลา 40 ปี
 
 
 
ผมขอแนะนำให้ผู้ที่เข้ามาทุกคนในนี้ได้ไปซื้อหนังสือที่ชื่อว่า Rich Dad Poor Dad อ่านะครับ
 
 
 
มันเป็นชุดหนังสือที่เขียนโดย Robert T. Kiyosaki ครับ
เป็นหนังสือที่ดีมากๆครับ
 
ในหนังสือเล่มนี้มีวิธีการบอกว่า "ทำอย่างไรจึงจะหลุดจากสนามแข่งหนู"
 
ตอนนี้ผมเอาโอกาสมาวางไว้ข้างหน้าคุณแล้ว คุณจะหยิบหรือไม่หยิบ?
ตอนนี้คุณมั่นใจหรือยังว่าการเป็นพนักงานเงินเดือนจะเป็นเครื่องมือไปสูความสำเร็จของคุณ?
 
 
มนุษย์แต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าอยากเป็นสิ่งใด ระหว่างนักโทษผู้กักขังจิตใจอยู่ในคุกแห่งอดีต หรือจะเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบอนาคต

มนุษย์ทุกคนย่อมประสบกับความล้มเหลวเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าในวันนี้คุณเลือกที่จะจัดการอย่างไรกับมัน ยอมแพ้แล้วอยู่ในคุก? หรือว่าจะเรียนรู้แล้วเดินหน้าสร้างอนาคตต่อไป...
 
 
 
 
 
ในวันนี้ผมขอขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านบล๊อคเน่าๆของผม ^ ^
หวังว่าทุกคนคงได้แนวคิดดีๆกลับไปใช้เยอะๆเลยนะครับ
 
สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวต่างๆมากกว่านี้เอาไว้คราวหลังละกันนะครับ
เพราะว่าประเทศไทยตอนนี้ยังไม่สามารถยอมรับความจริงบางข้อได้อยู่
ผมกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะโดนคนเกลียดเอา...
 
อาทิเช่น เรื่องที่มาของรายได้ Active Income & Passive Income
เครื่องมือที่คนรวยใช้หาเงิน
 
ไว้ถ้าอยากรู้ติดต่อมาทาง ems. ละกันนะครับ ^ ^
ไว้ว่างๆจะมาตอบให้...

 

Comment

Comment:

Tweet

T___T มาขออภัยหน้าไมล์อีกรอบแล้วกัน

#5 By วิหคสีคราม on 2011-05-19 00:26

ขอบพระคุณที่แวะมาจ้า

#4 By วิหคสีคราม on 2011-05-18 01:23

#2 ตอนนี้ยัง 0 ครับ
แต่ว่าทรัพย์สินที่ผมได้ลงทุนสร้างไปกำลังเริ่มออกดอกออกผล ให้ผลละครับ

อีกภายใน 10 เดือนหน้า ผมจะมีรายได้เป็น Passive Income (อยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรก็ได้ตัง) อยู่ที่ประมาณเดือนละ 55,000 บาทครับ

และภายในปีหน้า ผมจะทำให้รายได้ Passive Income ต่อเดือนอยู่ที่ 250,000 บาทครับ

#3 By fuefuki on 2011-05-16 00:13

สรุปได้ตังค์มาเท่าไหร่ล่ะนั่น

#2 By Niwachan on 2011-05-15 22:24

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เหมาะแก่การให้กำลังใจ+ เพิ่มพลังทำงาน มาก

โอม จงได้ขึ้น Hot เพี้ยงๆๆ อิอิ

หลังๆ ผม ไม่ค่อยได้เขียนแนวให้กำลังใจคนอื่นแฮะ เฮ้อ

#1 By วิหคสีคราม on 2011-05-15 14:42